ประวัติและความเป็นมาอำเภอชุมแพ

ประมาณปีพุทธศักราช 2400 พระครูหงส์ได้ชักชวนญาติพี่น้อง 8 ครอบครัวอพยพออกจาก เมืองภูเวียง ครั้งสุดท้ายได้หยุดพักเกวียนที่บ้านกุดจอกน้อย แล้วแบ่งครอบครัวออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเลือกตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้กุดแห่น้อย บ้านแห่ ส่วนกลุ่มที่นำโดยพระครูหงส์มีบุตร 3 คน คือ นายโฮม (ต้นตระกูลโฮมหงส์) นายโชค และนายหลอด (ต้นตระกูลหงส์ชุมแพ) ได้เดินทางต่อมาและเลือกที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บ้านร้าง มีวัดร้าง และกุดแห่งหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตก วัดร้างนี้มีธาตุและต้นโพธิ์จึงตั้งชื่อว่าวัดโพธิ์ธาตุ พร้อมกับตั้งชื่อว่าบ้านกุดธาตุ กุดธาตุมีน้ำลึกมามีจระเข้ และป่าซุปชุม ทำให้จับปลาได้ยากประกอบกับรอบๆ กุดธาตุมีกอไผ่ขึ้นหนาแน่นชาวบ้านจึงตัดไม้ไผ่มามัดเป็นแพ ใช้ยืนหว่านแหแล้วตีวงล้อมเข้าหากันนานเข้าจึงเรียกว่า กุดชุมแพ และบ้านชุมแพ

เดิมสุขาภิบาลชุมแพได้ตราประจำประกอบด้วยสัญญาลักษณ์เป็นเจดีย์ใบโพธิ์ และคลื่นฟองน้ำอยู่ภายในวงกลม ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลอำเภอชุมแพขึ้นอีก เปลี่ยนตราประจำสำนักงานเทศบาลตามที่กรมศิลปกรออกแบบให้ตราใหม่มีลักษณ์เป็น วงกรมมีสัญญาลักษณ์เป็นรูปเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีประทับอยู่บน แพมือขวาถือลูกธนูมือซ้ายถือคันธนูมีนายทหารคนสนิท 2 ชาย นั่งถือธงปลายหอกอยู่คนละข้าง (ประกาศเทศบาลตำบลชุมแพ วันที่ 23 มีนาคม 2530)

สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทัพไปปราบฮ่อ ในเมืองพวน เมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหกดังนี้

  1. พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักรศิบปาคมเป็นแม่ทัพฝ่ายใต้ยกกองทัพขึ้นไปทางเมืองหนองคาย
  2. เจ้าหมื่นไวยวรนาถ (เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี) เป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือยกกองทัพขึ้นไปทางหลวงพระบาง

โดยให้ยกทัพไปปราบฮ่อ เมื่อวันอังคาร แรม 11 ค่ำ เดือน 11 พ.ศ. 2428 (ยงศิลป และโขมพัตร เรืองศุข 2540 : 180)

จากประวัติการยกทัพครั้งนี้ เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีได้ยกกองทัพขึ้นไปทางเมืองพิชัย เมืองน่าน เมืองหลวงพระบาง เมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหก ตลอดจนถึงเมืองสิบสองจุไทย แสดงว่าไม่ได้ยกกองทัพผ่านบ้านชุมแพเลย

บ้านชุมแพตั้งอยู่บนทำเลที่อุดมสมบูรณ์ จงมีผู้อพยพเข้ามาอยู่มากขึ้น ๆ แบ่งได้เป็น 2 คุ้มอู่ระหว่าง 3 วัด ได้แก่ วัดเหนือ (ปัจจุบันเป็นที่ทำการประปา) วัดกลาง (วัดโพธิ์ธาตุ) และวัดใต้ (ปัจจุบันเป็นโรงเรียนบ้านชุมแพ) ปีพุทธศักราช 2543 ในระหว่างที่ท้าวอุปชิต มิตตะปิด เป็นผู้ใหญ่บ้านคนที่ 2 ได้เกิดเพลิงไม้กอไผ่ริมหนองอีเลิงด้านใต้แล้วลุกลามไหม้บ้านนายคาน หงส์ชุมแพจนถึงด้านทิศเหนือ ชาวบ้านไม่มีที่อยู่อาศัย จึงอพยพไปอยู่ตามที่นาของตนเอง ตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่บ้านหนองไผ (บ้านหนองไผ่ใต้) และล้านโคกไม้งานในปัจจุบัน

ประมาณปีพุทธศักราช 2470เริ่มมีครองครัวชาวจีนอพยพเข้ามาค้าขายในบริเวณถนนราฏฏร์บำรุง ทิศเหนือของวัดโพธิ์ธาตุ การค้าได้ขยายตัวมากขึ้น ปีพุทธศักราช 2485 กำนันเลี้ยง ดีบุญมี ได้บริจาคที่ดินเพื่อตัดถนนราษฎรร์บำรุงให้ยาวขึ้นไปทางทิศเหนือ สร้างศูนย์ราชการ และโรงเรียนชุมแพนอกจากนี้ยังได้สร้างบ้านเรือนแถวไม้ชั้นเดียวบริเวณตลาด เหนือและตลาดใต้ให้เช่าทำการค้า ในปีเดียวกันนี้กำนัน 4 ตำบลของอำเภอ ตำบลของอำเภอ ตำบลโนนหัน นายลี ขนชัยภูมิ กำนันตำบลหัวขัวเรียง และนานสิงห์ ชัยเสือ กำนันตำบลสีสุก ต่อมากำนั้น 3 ตำบลแรกได้รับบรรดาศักดิ์เป็นขุนบุญบาลบำรุง ขุนเผด็จโดนหัน และขุนชัย ขัวเรียงเขต ตามลำดับได้ ร่วมมือกันยื่นคำร้องต่อกระทรวงมหาดไทยขอตั้งอำเภอชุมแพ พระยาสุนทรพิพิธ ปลัดกระทรวงมหาไทยขณะนั้น ได้มาตรวจที่ ประกอบกับระยะนั้นอำเภอชนบทถูกไฟไหม้ เมื่อประมาณวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2486 กระทรวงมหาไทยจึงอนุมัติให้ตั้งอำเภอชุมแพ โดยยุบอำเภอชนบทไปเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอบ้านไผ่

10 กรกฎาคม พ.ศ. 2486 ข้าราชการแผนกต่าง ๆ ได้ขนย้ายวัสดุครุภัณฑ์จากอำเภอชนบท ออกเดินทาเวลา 9 นาฬิกา โดยรถยนต์ใช้เครื่องถ่าน มาถึงอำเภอชุมแพ เวลาประมาณ 2 ทุ่มปีนั้นฝนแล้ง โสกน้ำใส หนองอีเลิง และหนองคะเนแห้งขอด แต่กุดชุมแพ และกุดหินตั้งมีน้ำบ้าง ที่ทำการอำเภอชั่วคราวใช้ห้องแถวไม้ 2 ชั้น 5 คูหาของขุนบุญบาลบำรุง (เลี้ยง ดีบุญมี) ส่วนทีว่าการอำเภอได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2488

ปีพุทธศักราช 2499 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งสุขาภิบาลชุมแพ
คืนวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2510 เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่บริเวณตลาดใต้ ตลาดสดดีบุญมีและโรงภาพยนตร์ชุมแพ
ปีพุทธศักราช 2510 พื้นที่ตำบลนาจาน ศรีสุข และสีชมพู แยกไปขึ้นอยู่กับอำเภอ สีชมพู
ปีพุทธศักราช 2524 แยกตำบลโนนคอมไปตั้งกิ่งอำเภอภูผาม่าน
15 ตุลาคม พ.ศ. 2528 สุขาภิบาลชุมแพได้ยกฐานะเป็นเทศบาลตำบลชุมแพ