แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอชุมแพ

เมืองโบราณโนนเมือง

เมืองโบราณโนนเมือง-300x222

         เป็นการพบร่องรอยทางโบราณคดี ยุคสมัยศิลปะทวารวดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งความจริงสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 ขอนแก่นได้จัดเป็นโบราณสถานที่สำคัญของขอนแก่นไว้นานแล้วแต่เพิ่งจะขุดค้นพบเป็นบางส่วนไปเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2525 พบว่าใต้ดินลึกลงไปจากบริเวณโนนเมืองเป็นร่องรอยถิ่นฐานของสังคมประวัติศาสตร์สมัยหนึ่งในอดีตเมืองโบราณสมัยทวารวดีแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า โนนเมือง เขตบ้านนาโพธิ์ อำเภอชุมแพ ห่างจากจังหวัดขอนแก่นประมาณ 80 กิโลเมตร เดิมทีชาวบ้านเล่าลือสืบต่อกันมาว่าบริเวณเนินดินกว้างที่เรียกว่าโนนเมืองนั้นเป็นเมืองเก่าเมืองโบราณจากการสำรวจของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 ขอนแก่น พบในเสมาหินทรายศิลปะทวารวดี 3 ใบ ตั้งใกล้เคียงและบนผิวพื้นดินทั่วไปของเนินพบเศษภาชนะดินเผาเหล่านี้มีทั้งชนิดเขียนสีแดง ชนิดลายขูดขีด และลายเชือกทาบลักษณะของเนินเป็นเนินดินรูปไข่ พื้นที่ประมาณ 170 ไร่ มีคูเมือง 2 ชั้น ระยะห่างกันประมาณ 200 เมตรการขุดค้นของสำนักโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 9 ขอนแก่น โดยเปิดหลุมขุด 2 หลุมขนาดกว้าง 4 เมตร ยาว 4 เมตร ได้พบว่าตรงความลึกประมาณ 270 เซนติเมตร เป็นโครงกระดูกมนุษย์ที่มีพิธีฝังศพตามประเพณีโบราณ ที่มีธรรมเนียมการฝังเครื่องมือเครื่องใช้ลงไปพร้อมกับศพ เช่น หม้อและภาชนะดินเผาเขียนสีและลายขูดขีด ลายเชือกทาบ กำไลสำริด กำไลกระดูกสัตว์เช่น กระดูกหมู กระดูกควาย เขากวาง และกระดองเต่าใกล้กับโครงกระดูกด้วย สำหรับหลุมแรกพบโครงกระดูกจำนวน 5 โครงและหลุมที่ 2 จำนวน 2 โครงอย่างไรก็ดี ขณะนี้เพียงสันนิษฐานว่าโครงกระดูกมนุษย์ที่ขุดค้นพบน่าจะเป็นคนในยุคสมัยทวารวดีจนกว่าจะมีการพิสูจน์ วิเคราะห์ตามหลักวิชาการที่ถูกต้องด้านโบราณคดีต่อไปในภายหลัง

วนอุทยานถ้ำผาพวง

วนอุทยานถ้ำผาพวง

  เป็นถ้ำใหญ่ที่งดงาม น่าเที่ยว เมื่อไปจอดรถที่เชิงเขาต้องเดินอ้อมเชิงเขาไปอีกด้านหนึ่ง เพราะปากทางเข้าสู่ถ้ำผาพวงนั้นอยู่ทางด้านเหนือจากเชิงเขา มีทางไต่ขึ้นไปชมถ้ำเป็นเนินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วลาดต่ำลง เมื่อถึงปากถ้ำจะเห็นทัศนียภาพที่เป็นป่าเขา ถ้ำผาพวงเป็นถ้ำหินปูน ที่เพดานถ้ำมีลวดลายธรรมชาติของหินงอกหินย้อยสวยงามมาก ที่เพดานถ้ำทางด้านในจะมีปล่องใหญ่ ถ้าเดินลึกเข้าไปอีกจะมีทางวกลงสู่ที่ต่ำ แล้วจะมาโผล่ทางกลางถ้ำได้อีก

ผาพระนอน

ผาพระนอน-300x222

ตั้งอยู่บนยอดเขาภูเวียง บ้านโนนสะอาดหมู่ที่ 8 ตำบลหนองไผ่ เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ศิลปสมัยทวาราวดีที่งดงาม สลักอยู่บนหน้าผายาวกว่า 3.75 เมตร หันพระเศียรไปทางทิศตะวันตก และหันพระพักตร์ไปทางทิศใต้ นอนตะแคงพระเศียรหนุนแนบกับลำแขนขวา แขนซ้ายทอดไปตามลำพระองค์เป็นท่านอนแบบเก่าที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอชุมแพไปตามถนน มลิวรรณ (ชุมแพ – ขอนแก่น) แยกซ้ายบ้านโนนสะอาด – วัดผาพระนอนพัฒนาราม ประมาณ 6 – 7 กิโลเมตร (รถยนต์ถึง) เดินเท้าขึ้นเขาภูเวียงต่อระยะเดินเท้าประมาณ 2-3 กิโลเมตร ความสูงจากพื้นดินประมาณ 450 เมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง บนผาพระนอนจะมองเห็นทิวทัศนียภาพเมืองชุมแพที่สวยงามมาก จะมีงานนมัสการในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี

เสาหลักเมืองชุมแพ

เสาหลักเมืองชุมแพ

 เดิมเสาหลักเมืองนี้ อยู่ที่บ้านโนนเมือง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอชุมแพเป็นระยะทาง 1 ก.ม. บริเวณโดยรอบเป็นเนินดินสูงมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ล้อมรอบด้วยคลองสองชั้นมีสะพานข้ามและมีทางเข้าออกทางเดียว ชาวอำเภอชุมแพเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า “กู่” ก่อนจะไปถึงกู่จะมีรูปพระนอนสลักลงบนหินปัจจุบันบริเวณนี้เป็นวัดป่าเมื่อปี พ.ศ.2498 ประมาณเดือน 4 ได้มีคนแก่มากราบเรียนท่านเจ้าคุณ พระราชสารธรรมมุนี(หลวงพ่อกัณหา)เจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น วัดศรีนวลเล่าว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาได้ไปนอนพักที่โรงนาฝันประหลาดว่าเห็นคนแก่นุ่งห่มชุดขาวบ่นว่า″อยากจะไปอยู่ในเมือง” คืนที่สองฝันอีกว่า “อยากจะไปอยู่ในเมือง” และพูดต่อว่า″อยากจะไปอยู่เป็นมิ่งขวัญของเมือง” พอคืนที่สามก็ได้ฝันลักษณะเดิมอีกจากนั้นพอตื่นขึ้นก็รู้สึกว่าร้อนรนอยู่ไม่ได้นอนไม่ได้ ไม่รู้จะไปปรึกษาใครก็เลยเดินทางเข้าในเมืองมาเล่าความฝันให้ท่านเจ้าคุณฟัง และท่านเจ้าคุณได้ถามว่า″ลักษณะตรงนั้นเป็นอย่างไร” คนแก่ตอบว่า “ลักษณะตรงนั้นเป็นกู่เก่า มีป่าขนาดใหญ่ต้นไม้ขึ้นหนาทึบมีเสาหิน และใบเสมาเป็นจำนวนมาก” ท่านเจ้าคุณก็เลยออกปากว่า″ถ้าเป็นมิ่งเป็นขวัญของเมือง ก็ต้องเป็นหลักเมือง”ประกอบว่าจังหวัดขอนแก่นยังไม่มีหลักเมืองท่านเจ้าคุณจึงเรียนให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คือ หลวงพินิจและได้มอบหมายให้ฝ่ายพระมหาสุคนธ์พระอีกจำนวนหนึ่งพร้อมปลัดจังหวัดไปอัญเชิญหลักเมืองออกมาจากกู่และเกิดอาเพศฝนตกหนัก มีฟ้าผ่าลงมาโดนเสาหลักเมือง(ปัจจุบันเป็นเสาหลักเมืองอำเภอชุมแพ) รถเกิดติดหลุ่มไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ก็เลยปรึกษากันว่า “เฮาเป็นผู้น้อย ผู้ใหญ่บ่ได้มาเพิ่นเลยบ่ไป”และได้อัญเชิญหลักเมืองลงไว้ที่วัดพระนอน แล้วกลับมาเล่าเหตุการณ์ให้ท่านเจ้าคุณฟังท่านเจ้าคุณเลยไปอัญเชิญด้วยตัวเองได้นำหมอลำ หนัง มาฉลองที่วัดพระนอนหนึ่งคืนแล้วค่อยอัญเชิญออกมา สี่หลัก หลักที่หนึ่งอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่นหลักที่สองอยู่ที่ศาลหลักเมืองอำเภอชุมแพส่วนสองหลักที่เหลืออยู่ที่หน้าโบสถ์วัดศรีนวลจังหวัดขอนแก่นลักษณะหลักเมืองเป็นเสาหินทราย รูปทรง 8 เหลี่ยม สูงประมาณ 3 เมตรมีลายสลักตัวหนังสือขอมพิธีตั้งเสาหลักเมืองนิมนต์พระมาสวดยกตั้งตามแบบพิธีพุทธ ณ ที่สนามศาลาสุขใจ ท่านเจ้าคุณได้ตั้งชื่อว่า″ศาลเทพารักษ์หลักเมือง” มีนามย่อว่า “อินทร์ตา″การก่อสร้างได้ร่วมกันสร้างทั้งคนจีนและคนไทยนอกจากนี้ได้อัญเชิญอากงอาม่าอยู่รวมกันกับหลักเมือง คนจีนเรียกว่า″ศาลหลักเมืองกง” คนไทยเรียกว่า″ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”

ถ้ำปู่หลุบ

ถ้ำปู่หลุบ

มีคำเล่าขานสืบต่อกันมาเกี่ยวกับถ้ำอันสวยงามแห่งนี้ว่า มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า หลุบมีวิชาอาคมแก่กล้า ใช้ถ้ำแห่งนี้เป็นที่บำเพ็ญภาวนาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ณ ที่ถ้ำแห่งนี้และชาวบ้านก็ได้ตั้งศาลเจ้าขึ้นมาบริเวณหน้าถ้ำ เพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการะของผู้คนที่ผ่านไปมา จึงเรียกกันติดปากว่า “ถ้ำปู่หลุบ”

ลักษณะปากถ้ำอยู่ไม่สูงจากพื้นดินมากนัก ภายในเป็นหินปูนมีหินงอก – หินย้อย เกร็ดแวววาวสวยงามแยกเป็นห้องๆ รวม 5 ห้อง จุคนได้ประมาณ 500 คน มีบ่อน้ำผุดใสเย็นมีน้ำขังอยู่ในบ่อตลอดปี เข้าใจว่าเป็นบ่อน้ำมนต์ของฤาษีปู่หลุบ ทางเข้าถึงสะดวกสบาย